เกณฑ์ในการเลือกซื้อมอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้า ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ที่สุดอย่างหนึ่ง และเราสามารถพบเห็นได้ทั่วไป แม้แต่ในบ้านเราเองก็เชื่อว่าต้องมีทุกบ้านแน่นอน อย่างน้อยก็พัดลม ซึ่งก็มีมอเตอร์เป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดเช่นกัน หรือกับของเล่นเด็กๆ อย่างเช่นรถบังคับ แม้แต่โทรศัพท์ที่เราพกติดตัว ก็มีมอเตอร์อยู่เช่นกัน ที่เป็นเป็นระบบสั่นนั่นแหละ นั่นก็เกิดจากการทำงานของมอเตอร์ 

สำหรับการนำมอเตอร์มาใช้งานนั้น ก็มีให้เลือกอยู่หลากหลายประเภท โดยมอเตอร์ถึงแม้ว่าจะมีหลักการทำงานที่เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของมอเตอร์แต่ละชนิด ก็จะมีคุณสมบัติในการใช้งานที่ไม่เหมือนกัน ก่อนที่เราจะเลือกใช้มอเตอร์ชนิดใด ควรรู้จักกับประเภทของมอเตอร์ให้ครบเสียก่อน  

ประเภทของมอเตอร์ 

สำหรับประเภทของมอเตอร์ที่มีใช้กันในปัจจุบัน จะมีอยู่ 5 ประเภท ซึ่งแบ่งได้ดังนี้คือ 

1.ดีซีมอเตอร์ คือมอเตอร์ที่ใช้งานกับไฟฟ้ากระแสตรง มีอยู่ 2 แบบก็คือ มอเตอร์ชนิดที่มีแปรงถ่าน กับมอเตอร์ชขนิดที่ไม่มีแปรงถ่าน 

2.มอเตอร์แบบสั่น คือมอเตอร์ที่มีการสั่นขณะทำงาน อย่างเช่นในโทรศัพท์มือถือที่เป็นระบบสั่น กับสัญญาณเตือนภัยในอาคาร 

3.สเตปปิ้งมอเตอร์ คือมอเตอร์ที่มีความแม่นยำสูง ควบคุมโดยสัญญาณพัลซ์ นิยมใช้กับงานพิมพ์ งานตัด ที่ต้องการความแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ 

มอเตอร์ไฟฟ้า

4.เซอร์โวมอเตอร์ คือมอเตอร์ที่มีการควบคุมด้วยคอนโทรลเลอร์ และใช้เซอร์ไดร์ฟในการรับคำสั่ง นยิยมใช้กับงานควบคุมระยะไกล 

5.เอซีมอเตอร์ คือมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีการใช้งานกับไฟฟ้ากระแสสลับ อย่างเช่นพัดลมในบ้าน เป็นต้น แบ่งออกเป็น 3 ประเภทก็คือ มอเตอร์เหนี่ยวนำ, มอเตอร์อุตสาหกรรม และอะซิงโครนัสมอเตอร์  

วิธีการเลือกมอเตอร์ไฟฟ้า 

ในการเลือก มอเตอร์ไฟฟ้า จะพิจารณาจากหลายอย่างประกอบกัน เพื่อดูว่ามอเตอร์ชนิดใดที่เหมาะกับลักษณะการใช้งานของเรา สิ่งที่ต้องพิจารณาได้แก่ 

1.แรงดันไฟฟ้า  

แรงดันไฟฟ้าจะมีอยู่ 2 แบบก็คือ แรงดันไฟฟ้าทั่วไปคือไฟบ้าน ก็คือเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป 220 โวลต์ กับแรงดันไฟฟ้าแรงสูง คือ 380 โวลต์ ที่ใช้กับโรงงาน ซึ่งการเลือกต้องเลือกชนิดของมอเตอร์ให้เหมาะกับแรงดันไฟฟ้าด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถใช้งานได้ 

2.กระแสไฟฟ้า 

กระแสไฟฟ้ามีอยู่ 2 แบบ ก็คือไฟฟ้ากระแสสลับ กับไฟฟ้ากระแสตรง การเลือกชนิดของมอเตอร์ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับกระแสไฟฟ้าที่เราเลือกใช้ด้วย และต้องพิจารณาด้วยว่ามอเตอร์ที่ใช้ สามารถรับกระแสได้มากน้อยแค่ไหน เหมาะสมกับการใช้งานหรือไม่ หากเอามอเตอร์ที่รับกระแสได้น้อยไปใช้กำกระแสไฟฟ้าที่สูง ก็จะทำให้มอเตอร์เสียหายได้ง่าย  

3.ความเร็ว 

ความเร็วของมอเตอร์ก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่เราควรพิจารณาเช่นกัน เพราะในการใช้งานจริง งานแต่ละงานจะใช้ความเร็วของมอเตอร์ที่แตกต่างกันดัน ซึ่งความเร็วรอบตรงนี้ เราสามารถดูได้จากป้านเนมเพลตที่ติดอยู่กับมอเตอร์ได้ หรือดูในคู่มือที่ให้มา ต้องเช็คในส่วนนี้ก่อนทุกครั้งที่จะตัดสินใจซื้อ จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดทีหลัง 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นวิธีการในการเลือกซื้อ มอเตอร์ไฟฟ้า ที่เราควรพิจารณา หากคุณยังไม่มั่นใจว่าจะเลือกได้ถูกต้องกับลักษณะการใช้งานหรือไม่ แนะนำว่าควรปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับมอเตอร์โดยตรง หรือจะหาข้อมูลเพิ่มเติมเองก่อน จะได้เลือกได้ถูกต้องทที่สุด