ข้อควรรู้ก่อนใช้บุหรี่ไฟฟ้า

บุหรี่ไฟฟ้า มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า Electronic Nicotine Delivery System (ENDS) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับผลิตภัณฑ์ประเภทยาสูบจำพวกบุหรี่ แต่ไม่มีการเผาไหม้ที่เป็นผลข้างเคียง สามารถเลือกระดับของนิโคตินและเลือกกลิ่นรสได้ตามความต้องการของผู้สูบ  

การทำงานของบุหรี่ไฟฟ้า 

บุหรี่ไฟฟ้าจะใช้พลังงานจากประจุแบตเตอรี่ทำความร้อน จึงทำให้เกิดไอและความร้อน และทำปฏิกิริยากับน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่เก็บไว้ในส่วนเก็บน้ำยาในตัวอุปกรณ์ โดยมีการส่งผ่านนิโคตินไปยังผู้สูบ คล้ายกับการสูบและพ่นเสมือนบุหรี่ทั่วไป เมื่อเปิดเครื่องจะมีไฟสีแดงขึ้นพร้อมกับการทำงานของแบตเตอรี่ ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้าจะไม่มีควันจากการเผาไหม้เหมือนบุหรี่ปกติทั่วไป บุหรี่ไฟฟ้าจึงไม่มีส่วนประกอบของน้ำมันดินหรือทาร์ (Tar) และคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide) เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งและโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ 

บุหรี่ไฟฟ้าสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ 

  • ประเภท Mini หรือที่เรียกว่า Cig-a-like คือ แบบที่ใกล้เคียงบุหรี่ทั่วไปที่สุด  
  • ประเภท Mid-size e-cigarettes (eGo) คือ เป็นแบบที่มีลักษณะไม่ใหญ่จนเกินไปและสามารถใช้ได้ในระยะเวลาที่นานขึ้น  
  • ประเภท Advanced Personal Vaporizers (APVs) หรือ Mods คือ มีลักษณะได้หลากหลายรูปแบบตามแล้วแต่ผู้สูบจะปรับแต่ง ซึ่งแต่ละประเภทจะมีราคาและความสามารถในการสร้างไอที่แตกต่างกัน  

แต่หากแบ่งตามการใช้งาน บุหรี่ไฟฟ้าจะมี 2 ประเภท คือ ประเภทใช้แล้วทิ้ง (Disposable) และประเภทที่สามารถนำแบตเตอรี่กลับมาชาร์จใหม่ได้ (Rechargeable) ผ่านการชาร์จแบบเครื่องใช้ไฟฟ้า (คือชาร์จผ่านสาย USB) การเลือกใช้งานนั้นแตกต่างไปตามความพึงพอใจของผู้สูบและการใช้งานในรูปแบบต่างๆ 

ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์บางรายกล่าวว่าบุหรี่ไฟฟ้านั้นจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นทั้งผู้ที่เคยสูบบุหรี่แบบปกติทั่วไป และผู้ที่เริ่มต้นหรือทดลองสูบบุหรี่ หรือกลุ่มคนที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ทั่วไป แต่อย่างไรสำหรับผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ไว้ว่า จากการวิจัยของ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการใช้บุหรี่ไฟฟ้าไว้ว่า การใช้บุหรี่ไฟฟ้าอาจจะไม่ได้ช่วยให้เลิกพฤติกรรมการสูบบุหรี่ได้ หนึ่งในตัวแปรสำคัญนั่นก็คือปริมาณนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งเป็นสารเสพติดให้โทษเช่นเดียวกันกับที่พบในบุหรี่ปกติทั่วไป และเรื่องนี้ยังจำเป็นต้องศึกษาวิจัยเพิ่มเติมต่อไป 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไปว่า บุหรี่ไฟฟ้าอาจจะเป็นเพียงแค่กระแสความนิยมเพียงชั่วขณะหนึ่ง และประสิทธิภาพในการเลิกบุหรี่ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อย่างแน่ชัดนั่นเอง สนใจบุหรี่ไฟฟ้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.podbkk.com/th